Jul 11

52nd : My bike

3 comments - Post a comment

After I borrowed my friend a bike for few weeks until I got first salary here. So it was time to buy my own.

Then I went to few places looking for used bike. But it’s very expensive for me. Until today, I went to Sunday Market (open 9.00 am - 2.00 pm) and there are many shops sell used bike which is not too expensive.

I walked for half an hour and considered many bikes that which bikes is the best for their price.

Finally, I found one. It was at in front of the exit of the market. Actually, I’d thought that I wouldn’t buy today.

However, I decided to buy it because its quality is very good and its price is 35 pounds which it’s not too expensive.

Buy a bike, Save the bus fares…

ก่อนที่จะมาที่นี่ ก็ซื้อรองเท้าคู่ใหม่มาเพื่อที่จะมาใช้ที่นี่โดยเฉพาะและก็เอารองเท้าหนังเผื่อไว้ใส่ทำงาน พร้อมแตะอีกคู่

แต่เนื่องด้วยความประหยัด เลยเดินทรหดไปหน่อย รองเท้าคู่ใหม่ที่เพิ่งซื้อก่อนมานั้น ส้นแหว่งไปเลย -”-

และเมื่อวานซืนนี้หลังจากทำงานเสร็จ ก็สังเกตุรองเท้าหนังของตัวเอง

ปรากฏว่า ส้นเปิด (อาการหนักกว่าอีก -”-)

เรียกได้ว่า เป็นฤกษ์งามที่ต้องเสียเงินซื้อรองเท้าคู่ใหม่

แต่จะซื้อที 2 คู่ก็กระไรอยู่ รองเท้าไม่ใช่ลูกอมที่จะขายคู่ละบาท ก็เลยเดิน ๆ ไปดูรองเท้าแถว ๆ ย่านช้อปปิ้ง

และแล้วก็ได้รองเท้าหนังมานึงคู่ ใส่สบาย คลายกังวลที่ส้นจะเปิด -”- ด้วยราคา 10 ปอนด์ ก็ถือว่าราคาสมเหตุสมผล ซื้อที่ไทยก็คงประมาณนี้

ส่วนรองเท้าผ้าใบนั้นก็ใส่ทั้ง ๆ ที่ส้นแหว่งไปก่อน จนกว่าส้นมันจะหายหมด…

งกไปไหมเนี่ย -”-

หลังจากที่ยืมมือถือคนอื่นมาใช้ ได้เดือนเศษ ๆ ก็รู้สึกว่ามือถือเครื่องนี้แบตหมดค่อนข้างเร็ว ก็เลยตัดสินใจซื้อเครื่องใหม่ซะเลย จังหวะพอดีว่าได้ยินข่าวที่เจ้าของเค้าจะกลับมาพอดี ก็จะได้คืนซะเลย ถ้าไปคืนตอนหลังมันยุ่งยาก…

การตัดสินใจซื้อมือถือครั้งนี้ เลือกที่จะซื้อ Vodafone เพราะว่ามันสามารถใช้ซิม Lebara ได้ด้วย ส่วนค่ายอื่นนั้นใช้กันไม่ได้

และดูเหมือนว่า Vodafone จะเป็นเครือข่ายมือถือที่ค่อนข้างครอบคลุมพื้นที่เยอะด้วย

หลังจากสืบเสาะหาข้อมูลอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อหามือถือราคาถูกใช้งานดี ก็ไปลงตัวที่ Sony Ericsson W200i ตัวนี้

Sony Ericsson W200i

คุณสมบัติตามใจอยาก

1. FM Radio กระแดะอยากฟังคลื่นวิทยุที่นี่บ้าง

2. MP3 Player เผื่อเอาเพลงในเครื่องมาฟังแก้ขัดเซ็ง

3. แถม Memory 128 MB ซึ่งก็เยอะอยู่

4. มีโปรแกรมแต่ง ringtones เคยเล่นของพี่แล้วติดใจ

น่าเสียดายที่ไม่มี bluetooth แต่ก็ช่างมันเหอะ ใช้สาย data link เอาก็ได้

ราคาทั้งหมด รวมค่าโทร 10 pounds ก็ 39.95 pounds แถมประกันมือถืออีกตังหาก (ซึ่งไม่รู้ว่ามีข้อแม้อะไรบ้าง -”-)

เรียกได้ว่าเสียเงินก้อนโตไปอีกแล้ว T.T

ก่อนจะมาที่นี้ เรื่องโทรศัพท์เป็นเรื่องนึงที่ผมค่อนข้างกังวล จะหาข้อมูลก็ยากเหลือเกิน เพราะไม่รู้ว่าที่นี่มีเครือข่ายโทรศัพท์อะไรให้ใช้บ้าง
ในตอนแรกกะว่าจะทำ Roaming มาแล้วก็หาซิมซื้อ แต่พอไปถามข้อมูลก็รู้มาว่า ทำ Roaming แล้วโทรกลับบ้านนี่แพงโคตร เลยเปลี่ยนใจ เอาโทรศัพท์มาอย่างเดียวดีกว่า แล้วมาซื้อซิมเอา

เครือข่ายโทรศัพท์ในอังกฤษนั้นมีให้เลือกเยอะมากมาย ถ้าในประเทศไทยก็จะมี 4 ยักษ์ใหญ่ : AIS DTAC TRUE และ HUTCH

มาดูในฝั่งของประเทศอังกฤษบ้างดีกว่า ว่ามีอะไรบ้าง

1. Virgin mobile
2. Vodafone
3. O2
4. Three
5. T-Mobile
6. Talk mobile
7. Orange
8. Lebara mobile

ซึ่งแต่ละเจ้าก็จะมีโปรโมชั่นของตัวเองมากมายก่ายกอง คุณสามารถเข้าไปดูรายละเอียดตามเว็บไซต์ของเครือข่ายนั้น ๆ หรือถ้ามาถึงที่นี่แล้วก็เค้าไปสอบถามโปรโมชั่นต่าง ๆ ได้ตามร้านขายโทรศัพท์ทั่วไป

รูปแบบโปรโมชั่นหลัก ๆ ก็คือ จ่ายรายเดือน (บางเครือข่ายก็แถมมือถือให้ด้วย) และแบบ pre pay (pay as you talk) พอเงินหมดเราก็ top up* ซะ

สำหรับผมแล้ว ผมเลือกซื้อ Lebara เพราะมันโทรกลับต่างประเทศถูกดี โทรเข้าโทรศัพท์บ้าน นาทีละ 4 pens และ โทรเข้าโทรศัพท์มือถือที่ไทย นาทีละ 6 pens แต่ข้อเสียคือมันหาที่ top up ค่อนข้างยาก
แต่ไม่เป็นไร… เอาถูกไว้ก่อน เรื่องลำบากไว้ค่อยคุยกัน ~~”

*top up คือ การเติมเงินในมือถือของเราผ่านจุดบริการต่าง ๆ

เรื่องที่เขียนนี้เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ก็เลย publish เป็นวันศุกร์ไปเลยก็แล้วกัน

มันเรื่องของน้องผู้หญิงคนนึงพบเจอปัญหาในวันแรกของการมาที่นี่

(หวังว่าน้องเค้าจะได้พบกับสิ่ง ๆ ดีในวันต่อ ๆ ไป ชดเชยล่ะกัน :) )

(เขียนเมื่อ 21/04/08)


» Read more after the jump →

ที่ผมเขียนนี่เป็นการเขียนย้อนหลังสองวันนะ เดี๋ยวต่อ ๆ ไป ก็คงไม่ได้เล่าละเอียดขนาดนี้แต่ก็จะพยายามมาเขียนบ่อย ๆ ล่ะกัน เอาล่ะ มาต่อจากตอนที่แล้วกันเลยดีกว่า …


» Read more after the jump →

วันนี้หลังจากยัดสัมภาระต่าง ๆ ลงกระเป๋าเดินทางเป็นที่เรียบร้อย ปิดกระเป๋าปุ๊บ

ล็อคกระเป๋า ก็พบจุดอ่อนของกระเป๋าเดินทางตัวเอง คือ…

มันมีเป็นกระเป๋าที่มีตัวล็อคแค่ตัวเดียว !!

ทำให้เกรง ๆ ว่า เดี๋ยวมันจะพังกลางทางรึป่าว

แต่หวังว่าไม่นะ ~~ เพราะซื้อมาก็หลายตังค์อยู่ ก็ขอภาวนาให้มันสามารถใช้ได้อยู่ตลอดลอดฝั่ง ไป-กลับ การเดินทางครั้งนี้ด้วยเถิด (-/\-)

ทีนี้ก็เลยคิดว่า เขียนเป็นคำแนะนำการซื้อกระเป๋าเดินทางหน่อยก็ดี เพราะก็ได้คำแนะนำมาจากหลายคนเหมือนกัน รวมถึงกระเป๋าใบ ๆ หนึ่งก็ใช่ราคาร้อย สองร้อยซะที่ไหน

เอาหล่ะ ว่าแล้วก็ list เป็น ข้อ ๆ เลยดีกว่า

1. มี 4 ล้อ หมุนรอบทิศทาง

ข้อนี้นี่ recommend เลยนะ เพราะบอกตรง ๆ ว่าใช้งานดีสุด ๆ อาจจะแพงหน่อยแต่ใช้สะดวกสบาย โดยเฉพาะกับกระเป๋าใบใหญ่ ๆ ตอนเข็นนี่ มันส์ยังกะขับรถ 4 wheel drive เลย

2. เบา

โดยปกติแล้วกระเป๋าเดินทางจะหนักอยู่ที่ประมาณ 3 - 7 กิโลกรัม (พนักงานบอกมา) ถ้าวัสดุดี ยิ่งเบาเท่าไหร่ก็ยิ่งแพง แต่มันก็สามารถทำให้คุณ ๆ ยัดของลงไปได้เพิ่ม หลายชิ้นอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ถึงขนาดว่า ตอนเลือกซื้อต้องพกตาชั่งไปชั่งนะ …

3. ตัวล็อค 2 - 3 ตัว

ตัวล็อคเป็นชิ้นส่วนที่เราสมควรพึงระวังมาก เพราะว่า มันเป็นการป้องกันการสูญหาย และเป็นส่วนที่ทำการยึดเหนี่ยวกระเป๋าเราให้ปิดไว้ สนิท จะได้ไม่ต้องซื้อสายรัดกระเป๋ามาป้องกันอีก

ส่วนกระเป๋าที่เป็น ซิป ก็อยากให้เลือกแบบว่า มีตัวใส่ password ไว้ด้วย และจะยิ่งดีใหญ่ถ้ามี กุญแจล็อคอีกด่านนึง แต่ก็อย่าลืม password หล่ะ ไม่งั้นต้องมานั่งนับ 001 - 999 กันใหม่แบบเด็กประถม 1~~”

4. มีโครง

กระเป๋าที่เป็นโพลิเมอร์ (พลาสติก) ประเภทต่าง ๆ บางรุ่น มันจะไม่มีโครง ซึ่งเวลากระเป๋าเราโหลดขึ้นเครื่องเนี่ย เค้าก็จะโยน ๆ ๆ ๆ อาจจะสร้างความเสียหายได้ การมีโครงจะช่วยรับแรงกระแทก กระเทือนไปได้ระดับนึงเลยทีเดียว

แต่สำหรับกระเป๋าผ้าแล้ว ส่วนใหญ่จะมีโครงอยู่แล้ว เวลาซื้อก็ตรวจสอบดูว่าโครงทั้งสี่ด้าน เป็นโคลงสี่สุภาพหรือไม่ (อ่อ ไม่เกี่ยว -*-)

5. มีหูหิ้ว 2 ด้าน

คือ มีด้านบนและด้านข้าง มันจะสะดวกมาก ๆ ถ้าเราสามารถหิ้วได้ทุกสถานการณ์ และถ้าเกิดว่าในกรณีที่ก้านชักของกระเป๋าพัง แล้วล่ะก็ หูหิ้วนี่แหล่ะ ที่จะมาทดแทนในการเข็นกระเป๋าของเรา และที่สำคัญมากคือ ถ้ามีหูเยอะเราจะได้ยินชัดเจนยิ่งขึ้น -*-

ก็คงประมาณนี้แหล่ะมั้ง หวังว่า คงมีประโยชน์บ้างสำหรับผู้ที่จะซื้อกระเป๋าเดินทางนะครับ

  • The Quote

    "If you do business with uncomfortable you will not grow, you must talk with your partner"

    -- Charene @ Pizza Fritta --